ถ้าลดอุณหภูมิของเหลวลงจนถึงอุณหภูมิหนึ่งจะกลายเป็นของแข็งได้ จึงทำให้ของแข็งมีสมบัติดังนี้
1. ของแข็งมีลักษณะแกร่ง มีรูปร่างแน่นอนไม่เปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ เพราะอนุภาคของแข็งอยู่ชิดกันมาก และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงกว่าของเหลว
2. ของแข็งมีปริมาตรค่อนข้างคงที่ โดยปริมาตรของแข็งไม่ขึ้นอยู่กับความดัน แต่เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป ปริมาตรของแข็งจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย เนื่องจากของแข็งไม่ได้รับความร้อนแล้วอาจขยายตัวได้ แต่ก็ขยายตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะอนุภาคของแข็งมีการสั่นสะเทือนมากขึ้น
3. ของแข็งสามารถตกผลึกเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ แต่บางชนิดอาจตกผลึกแล้วไม่มีรูปผลึกแน่นอน และเรียกของแข็งที่ไม่มีรูปผลึกแน่นอนว่า ของแข็งอสัญฐาน

การเปลี่ยนสถานะของของแข็ง
การหลอมเหลวเป็นกระบวนการที่ของแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เช่น นำน้ำแข็งใส่ภาชนะแล้วตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ซึ่งอธิบายโดยใช้ทฤษฎีจลน์ได้ว่า เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับของแข็ง โมเลกุลมีพลังงานจลน์สูงขึ้นจึงทำให้โมเลกุลเกิดการสั่นได้แรงขึ้น และมีการถ่ายเทพลังงานให้แก่กัน จนถึงภาวะหนึ่งโมเลกุลมีพลังงานจลน์สูงพอ ทำให้อนุภาคเคลื่อนที่ห่างออกจากกัน จึงทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลลดลง ของแข็งจึงเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว

การระเหิดเป็นกระบวนการที่ของแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นไอ โดยไม่ผ่านขั้นตอนการเป็นของเหลว เช่น วางลูกเหม็นไว้ในห้อง แล้วพบว่า ลูกเหม็นมีขนาดเล็กลงและหมดไปในที่สุด ซึ่่งอธิบายโดยใช้ทฤษฎีจลน์ได้ว่า อนุภาคของของแข็งอยู่ชิดกันมากทำให้อนุภาคของของแข็งมีโอกาสกระทบกันได้ จึงมีการถ่ายเทพลังงานให้แก่กัน โดยเฉพาะอนุภาคที่อยู่บนผิวหน้าของของแข็งซึ่งเมื่อได้รับพลังงานมากพอ จนสามารถชนะแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลได้ อนุภาคที่ผิวจะหลุดกลายเป็นไอ ทำให้ของแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นไอได้ ดังรูป


3 ความเห็น

By num on สิงหาคม 4, 2009

อยากเรียนเคมีให้ได้ A

By num on สิงหาคม 4, 2009

อยากเก่งเคมี

By 2.การจำแนกสารตามสถานะ | janesuksa on พฤศจิกายน 11, 2009

[...] 2.สารของแข็ง [...]

Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น